สุดสะเทือนใจ! หนุ่มกู้ชีพรับแจ้งมีอุบัติเหตุ ไปถึงพบพ่อตัวเองเสียชีวิต

สะเทือนใจ! หนุ่มกู้ชีพได้รับจากมีอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ ไปถึงพบว่าเป็นพ่อของตัวเองเสียชีวิต

29513252_190440041572021_3022755211199827739_n

 

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘แม่ น้องธีร์‘ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเหตุการณ์สุดเศร้าสลด โดยมีข้อความระบุว่า “วันที่ 23 มีนาคม 2561 เวลา 15.30 น. กู้ชีพเมืองเกษได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการ 1669 ร้อยเอ็ด ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำหน้าวิทยาลัยการอาชีพเกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด มีผู้บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพเมืองเกษจึงประสานทีมกู้ชีพโรงพยาบาลเกษตรวิสัยออกร่วมที่เกิดเหตุ

    เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บพ 1969 ร้อยเอ็ด พลิกตะแคงอยู่ซึ่งน้องอาสากู้ชีพเมืองเกษจำได้ว่าเป็นรถของพ่อ จึงรีบลงไปดูพอเห็นพ่อซึ่งเป็นคนขับรถได้เสียชีวิตแล้วถึงกับทรุดลงกับพื้นร้องไห้และกราบเท้าพ่อ หลายคนที่เห็นภาพต่างกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ส่วนน้องชายอายุ 8 ปี ที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยนำส่งโรงพยาบาลเกษตรวิสัย เหตุการณ์แบบนี้ใครจะคาดคิดว่าออกมาช่วยคนเจ็บแต่จะต้องมาเก็บศพผู้เป็นพ่อ”

ภายหลังมีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวออกไปมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจหนุ่มกู้ภัยดังกล่าวที่ต้องสูญเสียคุณพ่อไปในอุบัติเหตุครั้งนี้

Read More

รมว.คมนาคมนำข้อมูลถนน มรณะ304 ไปวิเคราะห์ป้องกันอุบัติเหตุ

12-66-1

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รุดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุ

จากกรณีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยว เสียหลักพลิกบริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 32 คนนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ได้เดินทางมาสำรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บข้อมูลในตัวรถบัส ความเสียหายบริเวณโดยรอบ ซึ่งพบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทางโค้งหักศอกลงเขา ใกล้กับสวนป่าหัวช้าง-วังน้ำเขียว ที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยมีร่องรอยของรถบัสวิ่งครูดมากับแท่งปูนกั้นกลางถนนเป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตร ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำ และข้ามแท่งปูนกั้นกลางถนน มาชนกับต้นจามจุรีขนาดใหญ่ข้างทางอย่างรุนแรง จนเปลือกต้นไม้หลุดออกเป็นแผลกว้างหลายแห่ง และรถได้กวาดเอาร้านค้าข้างทางพังเสียหายไป 5 ร้าน สภาพรถพังเสียหายทั้งหมด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ ได้นำกรวยยาง มากั้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ ให้รถวิ่งได้เพียงแค่ 1 เลน จากทั้งหมด 3 เลน ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้นำรถกู้ภัยจำนวนกว่า 10 คัน ขนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 ศพ เดินทางออกจากโรงพยาบาลวังน้ำเขียว เพื่อไปส่งที่ภูมิลำเนา จ.กาฬสินธุ์ หลังจากนั้นเวลา 17.30 น. นายอาคม เติมพิทยาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุตามจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเข้มงวด ก่อนที่คณะทั้งหมดจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์ ควบคุมตัวคนขับคือ นายกฤษณะ อายุ 44 ปี ขณะเดินเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าริมทาง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยนายกฤษณะมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายกฤษณะยอมรับสารภาพเป็นคนขับรถบัสคันดังกล่าวจริง และไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใด โดยก่อนเกิดเหตุเป็นทางลงเขารถบัสเกิดเบรกไม่อยู่ และเบรกแตก ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และหลบหนีไปโดยไม่แสดงตัวหลังเกิดเหตุ

Read More

รวบ! อดีตการ์ด กปปส. ยิง “ด.ต.ณรงค์” เสียชีวิต ขณะคุมม็อบขวางเลือกตั้งปี 56

ตำรวจรวบ! อดีตการ์ด กปปส. ยิง “ด.ต.ณรงค์” เสียชีวิต ขณะทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน ม็อบขวางเลือกตั้งปี 56 สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
วันนี้ (15 ก.พ. 61) มีรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ สั่งการให้ พ.ต.อ.ชยุต มารยาตร์ รอง ผบก.น.1 ในฐานะคณะกรรมการพนักงานสอบสวนสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 50/2561 และ พ.ต.ท.สุภัทร ทองส้ม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดินแดง รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญารัชดา ออกหมายจับนายเอกชัย พลภักดี อายุ 37 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ สน.ตลาดพลู ขณะปฏิบัติหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน การชุมนุมปิดล้อมขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ของกลุ่ม กปปส. เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2556 โดยกระสุนเข้าอกขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และมีเจ้าหน้าที่อื่นๆ พร้อมทั้งสื่อมวลชนบาดเจ็บจากเหตุการครั้งนี้อีกหลายราย

248408-1024x578

ซึ่งต่อมา ศาลอาญาได้ออกหมายจับ ในข้อหา ฆ่า และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการ ตามหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนใว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว พร้อมให้ ผกก.สน.ดินแดง จับตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

สำหรับสาเหตุที่พนักงานสอบสวน เพิ่งไปขอศาลออกหมายจับ นายเอกชัย นั้น เนื่องจากนายเอกชัย ถูกตำรวจ สน.มักกะสัน จับกุมในคดีครอบครองอาวุธปืน จึงมีการส่งอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ใช้เครื่องมือตรวจพิเศษ (IBIT) ตรวจพิสูจน์ และพบว่าตรงกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในคดียิง ด.ต.ณรงค์ พนักงานสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นายเอกชัย ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.โดยทำหน้าที่เป็นการ์ดให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องคดีในข้อหาความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวนำมาที่ สน.ดินแดงและล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง

Read More

เผาแล้ว! คุณทวดสองผัวเมีย 5 แผ่นดิน ครองคู่ยาวนาน 75 ปี ก่อนเสียชีวิตในวันเดียวกัน

เผาแล้ว! คุณทวดสองผัวเมีย 5 แผ่นดิน ครองคู่กันมายาวนานถึง 75 ปี ก่อนเสียชีวิตในวันเดียวกัน
หลังจากที่มีการกล่าวขานถึงเรื่องราวความรักที่เป็นอมตะ ระหว่าง นายอิ้น คังคะมณี อายุ 100 ปี และ นางดี คังคะมณี อายุ 97 ปี สองตายายที่ครองรักกันมายาวนานถึง 75 ปี จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิตและทั้งคู่ก็เสียชีวิตลงในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดย คุณตาอิ้น เสียชีวิตในเวลาใน 11.30 น. และคุณยายดี เสียชีวิตในเวลา 22.40 น. ท่ามกลางความอาลัยของลูกหลานและชาวบ้าน

เนื่องจากทั้งคู่เป็นคุณทวด 5 แผ่นดินล่าสุดวันนี้ (12 ก.พ. 61) ที่ วัดหนองนายขุ้ย หมู่ 6 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีพิธีฌาปณกิจศพของคุณตาคุณยายแล้ว ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยมีลูกหลานและญาติพี่น้องรวมทั้งชาวบ้านมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก โดยทางญาติได้นำช้อนมาเป็นของที่ระลึกในพิธีฌาปณกิจศพ ตามความเชื่อของคนโบราณที่ว่า การนำช้อน

จากบ้านของผู้เสียชีวิตที่อายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้กินดีอยู่ดีและมีอายุยืนยาว และต้องเป็นช้อนที่ขโมยมาจากบ้านเท่านั้น ทำให้หลังการเสียชีวิตของทั้งคู่ช้อนที่บ้านมีคนไปแอบหยิบไม่เหลือแม้แต่เล่มเดียว

ส่วนพิธีการฌาปกิจศพของทั้งสองตายาย ได้มีการสร้างเชิงตะกอนคู่แบบสมัยโบราณและเผาศพของทั้งสองคนพร้อมๆ กัน รวมทั้งมีการจุดพลุเพื่อไว้อาลัยในระหว่างพิธีเผาศพ และผู้ที่มาร่วมพิธีฌาปนกิจศพต่างชื่นชมและกล่าวกันถึงชีวิตรักที่เป็นอมตะของทั้งสองคน บางคนบอกว่านี่คืออีกหนึ่งตำนานของความรักในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ที่คู่รักน่าจะเอาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตร่วมกันจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต และยังตายในวันเดียวกันและเผาในเชิงตะกอนคู่กันซึ่งเกิดขึ้นได้ยากมาก

Read More